อัพเดทล่าสุด: 26 ส.ค. 2568, 22:11
วันนี้แอดมินมาแชร์ประสบการณ์บินจากไทยไปอเมริกาปี 2566 กันค้า ปกติแอดต้องเดินทางไปอเมริกาบ่อย แต่ช่วงโควิคที่ผ่านมา ด้วยปัจจัยหลายอย่างเลยงดเดินทางไปหลายปี แอดบินจากเชียงใหม่ไปเปลี่ยนเครื่องที่โซลแล้วไปจบที่ลาสเวกัส แล้วก็บินภายในประเทศด้วย วันนี้แอดมาแชร์ทั้งบินต่างประเทศและในประเทศสำหรับอเมริกากันค้า
ตรวจสอบ passport และ visa
ก่อนจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้เช็ค passport กับ US visa ว่าหมดอายุแล้วหรือยัง โดย passport ต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือนก่อนหมดอายุค่ะ ถึงจะเดินทางได้
Tips: ถึงแม้จะมี US visa แต่อาจถูกยกเลิกได้เมื่อเข้า Border ที่อเมริกาค่ะ แอดเห็นมาแล้ว สาวเกาหลีได้วีซ่ามาแต่งงานแล้วโดนยกเลิกแล้วให้บินกลับในเที่ยวบินถัดไปเลย
ใบขับขี่นานาชาติ
กรณีต้องการขับรถในอเมริกา ให้ทำใบขับขี่นานาชาติที่ขนส่งก่อนค่ะ ค่าธรรมเนียม 505 บาท คุณต้องมีใบขับขี่รถยนต์ในไทยก่อนถึงจะทำใบขับขี่นานาชาติได้ ขั้นตอนดูจากลิงค์นี้ได้เลยค่ะ
Tips: ให้ศึกษาการขับรถในอเมริกามาก่อนค่ะ
ซื้อตั๋วเครื่องบิน
ส่วนตัวแอดมินใช้บริการ Korean Airline เนื่องจากเส้นทางบินแยะ สนามบินอินซอนที่โซลใหญ่มาก ทันสมัย และมีบริการให้ผู้เดินทางหลากหลาย ยิ่งไปกว่านั้นสามารถสะสมไมล์เพื่อแลกเป็นส่วนลดซื้อตั๋วเครื่องบิน, upgrade ที่นั่ง และใช้บริการ Lounge ของทางสายการบินได้ นอกจากนี้สามารถรวมไมล์สะสมไมล์จาก SkyTeam ได้ด้วย บินบ่อยๆก็ได้แลกซื้อตั๋วฟรีได้เลย อายุไมล์สะสมของสายการบิน Korean Airline มีอายุ 10 ปีค่ะ
เลือกอาหารพิเศษฟรีจาก Korean Airline
สำหรับบางคนที่ไม่แน่ใจว่า จะทานอาหารที่ทางสายการบินจัดให้บนเครื่องไม่ได้ ก็จะสามารถเลือกอาหารพิเศษฟรีได้ ที่นั่ง Economy ก็เลือกได้ค่ะ อาหารพิเศษจะมีทั้งอาหารสำหรับทารกและเด็ก อาหารสำหรับคนแพ้อาหารประเภทถั่ว อาหารมังสวิรัติ หรืออาหารตามศาสนา
สำหรับอาหารบนเครื่องบินจะมี 2 แบบให้เลือกสำหรับ Economy คือ แบบอาหารท้องถิ่นของสายการบินประเทศนั้นๆ และอาหารแบบ Western เช่น ไข่ ไก่ เบคอน มันฝรั่ง ผักต้ม เป็นต้น สำหรับสายการบิน Korean Airline หน้าตาจะเป็นแบบในรูปค่ะ
Tips: อาหารที่เลือกมาก่อน จะถูกเสริฟ์ก่อนอาหารปกติน่ะค่ะ หมายความว่า คุณจะได้กินข้าวก่อนคนอื่นเลย
จัดกระเป๋าก่อนเดินทาง
กระเป๋าเดินทางขนไปได้กี่ใบ
การจัดกระเป๋าเดินทาง ก็ต้องเช็คก่อนว่า ตั๋วที่เราซื้ออนุญาตให้โหลดกระเป๋าใต้เครื่องได้กี่ใบ ไซต์เท่าไร และน้ำหนักเท่าไร ส่วนกระเป๋า Carry on ก็เช่นกัน ต้องเช็คก่อนว่าสามารถเอากระเป๋าไซต์เท่าไร น้ำหนักเท่าไร สามารถเอาขึ้นเครื่องได้ แต่ละสายการบินให้ไม่เหมือนก้น ถ้าซื้อตั๋วโปรก็จะมีเงื่อนไขเพิ่มมาอีก
ของที่สามารถขนไปอเมริกาได้
ก่อนจะขนของไปอเมริกาก็ต้องเช็คก่อนว่า สามารถเอาของอะไรเข้าอเมริกาได้บ้าง ไม่งั้นก็ต้องทิ้งของตอนผ่าน security screening แอดโดนมาแล้ว ขนเอามาม่าแกงเขียวหวานแบบ cup ไป โดนให้ทิ้งไปหมดเลย เพราะมีส่วนผสมเป็นไก่ เถียงอยู่นานแต่ก็พ่ายแพ้
ส่วนของพวกขนมหรืออาหารแห้งที่อยากเอาไปอเมริกา ต้องมีการ Pack ที่ไม่มีกลิ่น และมีข้อความส่วนประกอบที่เป็นภาษาอังกฤษเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้อ่านได้ เพราะไม่งั้นก็มีแนวโน้มว่าจะโดนให้ทิ้งเพราะเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่าของนั้นมีส่วนผสมอะไร
ถ้าขนอุปกรณ์อะไรที่คนเมกันทั่วไปไม่รู้จัก แนะนำให้เอา Package ของมันไปด้วย คือ แอดเป็นนักปีนหน้าผา ก็เอาอุปกรณ์ปีนหน้าผาที่เรียกว่า Belay device ของ Black Diamond ACT Pilot ไป โดนเจ้าหน้าที่สแกนกระเป๋าถามทุกจุดเลย ต้องอธิบายจนเหนื่อย

เช็คน้ำหนักกระเป๋าก่อนไป check-in
ส่วนตัวแอดใช้ที่ชั่งน้ำหนักแบบพกพา สะดวกมาก เวลาซื้อของกลับไทยก็จะได้ชั่งน้ำหนักได้ ปกติแอดจะควบคุมน้ำหนักกระเป๋าให้ต่ำกว่าน้ำหนักที่สายการบินอนุณาติครึ่งกิโล เช่น maximum weight 23 kg แอดก็ควบคุมน้ำกระเป๋าไว้ที่ 22.30 kg เพราะที่ชั่งน้ำหนักที่สนามบินอาจไม่ต้องกับที่ชั่งน้ำหนักของเรา

เตรียมเสื้อผ้าให้พอและพร้อมกับสภาพอากาศ
สำหรับเสื้อผ้าแอดใช้ Polyester หรือ Polyester ผสมกับ Cotton โดยมีส่วนผสมของ Cotton น้อยกว่า 30 % เหตุผลคือ เวลาไปซักเสื้อผ้าที่เครื่องซักและอบที่อเมริกา เสื้อผ้าจะได้ไ่ม่หดหรือเสียทรงค่ะ
ส่วนเสื้อผ้าก็ให้เช็คอากาศช่วงที่เราจะไปก่อนว่า เป็นยังไง มีหิมะไหม มีลมไหม ร้อนแห้ง หรือร้อนชื้น ฝนตกไหม เป็นต้น
ของใช้ส่วนตัว และยาประจำตัว
สำหรับของใช้ส่วนตัว ซื้อที่ไทยไปจะประหยัดกว่า ถ้าเราเป็นคนแพ้ง่ายก็ยิ่งต้องเอาของใช้ของเราไป พวกยาสามัญประจำบ้านก็พกติดไปด้วย เช่น ยาแก้ปวด ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ไข้ ซื้อที่ไทยจะถูกมาก ไปซื้ออเมริกาจะแพงค่ะ พวกทิชชูก็ต้องติดไปด้วยค่ะ ทิชชูเปียกด้วย ส่วน Package ควรมีภาษาอังกฤษ เพื่อเจ้าหน้าที่สุ่มเช็คค่ะ
สำหรับคนเป็นไซนัสอักเสบ
สำหรับแอดมีอาการไซนัสอักเสบถ้าไปที่นี้เย็นจัด แอดก็จะซื้อยาลดบวมสำหรับโพรงจมูกไปด้วย ที่แอดใช้ได้ผลและไม่มีผลข้างเคียงคือ LEFTOSE anti inflammatory enzyme ซื้อจามร้านขายยาในไทยค่ะ พอโพรงจมูกบวมแดง แบบส่องกระจกดูแล้วเห็นการบวมเลย กินยานี้ไม่เกิน 1 อาทิตย์ก็หายบวมค่ะ ดีมาก
สำหรับ LEFTOSE anti inflammatory enzyme ลดบวมอย่างเดียวไม่ได้ลดน้ำมูกค่ะ จะซื้อยาที่ลดน้ำมูกมาก็ได้แต่แอดไม่ใช้ค่ะ ส่วนตัวแอดล้างน้ำเกลือเอา สำหรับน้ำเกลือแอดใช้ NeilMed ค่ะ ใช้ของไทยแล้วตัวบีบไม่แรงเหมือนยี่ห้อนี้ ของ NeilMed ไปซื้อที่อเมริกาได้ค่ะ หรือสั่งทาง shopee ก็มีขาย

สเปร์ยสำหรับอาการแห้ง
แอดจะมีเลือดออกตอนสั่งน้ำมูกหรืออากาศแห้งมากๆ เช่น เปิด heater, อากาศแห้งและร้อน แอดก็จะใช้สเปร์ยเจล ซื้อได้ที่อเมริกาค่ะ ช่วยไม่ได้จมูกแห้ง

อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่อเมริกาจะใช้ไฟ 110 V ส่วนไทยจะใช้ 220 V ความดันไม่เท่ากัน ดังนั้นก็ต้องเช็คอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเราก่อนว่า รองรับ 110 V ไหม ส่วนที่โซลเกาหลีใช้ 220 V เหมือนไทยเรา สำหรับหัวเสียบที่เกาหลีเป็นขากลม ที่อเมริกาเป็นขาแบน ดังนั้นอย่าลืมซื้อ universal plug ไปแล้วค่ะ

สายรัดกระเป๋าและกุญแจล๊อกกระเป๋าแบบ TSA
สายรัดกระเป๋าแนะนำว่า ควรมีเพราะกรณีพนักงานโยนกระเป๋าแล้วกระเป๋าแตกหรือซิปแตก แย่เลยน่ะค่ะ เคยเห็นมาแล้วคาสนามบินเลย กระเป๋ามากับ Belt แล้วแตกมาเรียบร้อย ถ้าไม่ได้ซื้อประกันกระเป๋าไว้ก็ลำบากค่ะ ดังนั้นใช้สายรัดกระเป๋าไว้จะดีกว่าค่ะ
กุญแจล๊อกกระเป๋าแบบ TSA ก็ควรต้องมี เพราะหากมีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบใส่สินค้าผิดกฏหมายในกระเป๋าเรา เราซ่วยน่ะค่ะ กรณีไปอเมริกากุญแจล๊อกต้องรองรับ TSA เพื่อที่เจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าจะได้เปิดดูได้ เคยเห็นมาแล้ว เจ้าหน้าตัดกุญแจแล้วค้นดูเลย ถ้ากุญแจเปิดด้วย TSA ไม่ได้
ทำเครื่องหมายและติด Tag ที่กระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง
บางครั้งกระเป๋าจะดูเหมือนๆกัน เวลาไปหยิบจาก Belt บางคนก็หยิบผิด ดังนั้นแอดก็จะใช้โบว์สีผูกไว้ พร้อมห้อย Tag ที่มีชื่อเราก็กระเป๋าด้วย เผื่อให้แน่ใจว่า กระเป๋าเราไม่หาย
เคร็ดลับการ Pack ฝาขวดแชมพู หรือขวดอื่นๆ
บางครั้งพวกซอสหรือแชมพูจะไหลออกมาตอนเดินทาง เพราะความดันตอนบินเปลี่ยน เผื่อป้องกันกลิ่นและคราบในกระเป๋าเราต้องใช้พวกเทปกาวปิดฝาเอาไว้ หรือจะห่อถุงพลาสติกก็ได้ค่ะ แอดเคยมาแล้วแชมพู สบู่เหลวไหลออกมาเต็มกระเป๋าเลย
หมอนรองคอ สำหรับนอนบนเครื่อง
แอดแนะนำให้มีติดไว้เลยค่ะ แบบใหญ่พอดีคอและไหล่เรา

Check-in และ Boarding pass
สำหรับ Korean Airline สามารถ check-in ล่วงหน้า ผ่านทางเว็บไซต์หรือ mobile app ได้ภายใน 48 ชั่วโมงก่อน Boarding time เราสามารถเลือกที่นั่งได้ในขั้นตอนการ online check-in นี้ได้เลยค่ะ
Tips: อย่านั่งใกล้ห้องน้ำ หรือที่นั่งของ Pet น่ะค่ะ ไม่งั้นมีเสียงกวนน้า
บนเครื่อง Korean Airline plane
- ลำใหญ่กว้าง สำหรับคนตัวเล็ก (155ซม.) นั่งไม่อึดอัด
- มีที่ชาร์ตไฟแบบ USB 2.0 และปลั๊กเสียบบ้าน
- มีหนัง เพลง ให้บริการฟรีหน้าที่นั่ง
- มีหูฟังให้ฟรี
- มีหมอนและผ้าห่มบางๆ
- มีแปรงสีฟันแข็งๆ ยาสีฟันหลอดเล็กมาก และรองเท้าเดินแบบรองเท้าเดินในบ้านให้ค่ะ
- อาหารปกติก็จะเป็นอาหารท้องถิ่นของเกาหลีใต้ หรืออาหารแบบตะวันตก
- มีเครื่องดื่ม soft drink, beer, wine, coffee, tea ขอได้ตลอด
- ห้องน้ำสะอาดเพราะลูกเรือคอยมาเช็คและทำความสะอาดตลอด
เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอินชอนที่เกาหลี
Transfer gate
ก่อนเครื่อง Landing คุณสามารถดูที่หน้าจอแล้วเลือก Trip info เพื่อดูกว่า เราต้องไป transfer ที่ gate ไหน
แต่ถ้าลืมพอเดินออกจากเครื่องจะมีจอบอกเที่ยวบินตามทางเดิน เราก็ไปดูที่หน้าจอนี้ได้ โดยการสแกน barcode ที่ Boarding pass กับช่องที่หน้าจอ หน้าจอนี้ไม่ได้ไกลจากประตูเครื่องบิน
Tips: กระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่อง เราจะรับที่จุดหมายปลายทางเราได้เลย ตอน transit ที่สนามบินไม่ต้องไปเอากระเป๋า แต่ยังไงก็ถามกับพนักงานตอน check-in อีกทีได้ค่ะ
แอดเคยซื้อตั๋วจาก cheapfights.com จากซิดนีย์ออสเตรเลียไปฟลอริด้าแบบ 3 stops ปี 2009 กระเป๋าต้องไปเปลี่ยนเครื่องเองตอน transit ทุกสนามบิน คือ เหนื่อยมากที่ต้องลากกระเป๋าไปเปลี่ยน flight เอง
Security screening
ที่เกาหลีก่อนผ่านไปที่ transfer gate เราต้องผ่าน securing screening ค่ะ โดยก่อนเข้าแถวก็ต้องสแกน passport ก่อน เค้ามีแท่นให้สแกนเอง มี instruction เป็นภาษาอังกฤษให้ ก็ทำตามไป แล้วไปต่อแถวเพื่อสแกนกระเป๋า carry on
แอดเคยไป transfer gate ผิด ต้องบอกเจ้าหน้าที่ว่าเราเข้าผิด แล้วเจ้าหน้าที่จะเป็นคนพาเราออกไปอีก transfer gate ได้ เพราะว่าแอดผ่าน security screening มาแล้ว ออกไปเองไม่ได้
Tips: อย่าลืมดูเวลาของประเทศนั่นๆน่ะค่ะ ปกติแอดดูเวลาในมือถือโดยต่อเน็ตไว้ ตอน Boarding ที่สนามบิน transit จะได้ไปตรงเวลา
Transfer desk
สำหรับผู้โดยสาร Transit จะสามารถใช้บริการที่พื้นที่ Transfer desk ได้ซึ่งมีบริการเจ๋งๆหลายอย่าง แอดชอบมา
- Nap zone – มีเตียงนอนให้เลย มีฉากกั้นให้ มีที่ชาร์ตไฟให้ แล้วก็ลดไฟในห้องให้หลับได้ด้วย เวลามีประกาศหาผู้โดยสาร หรือเที่ยวกับจะออก เราจะได้ยินในห้องนี้ด้วย ฟรีน่ะจ้า
- Massage – บริการที่ไม่ฟรี แต่ก็ช่วยแก้เมื่อยได้แยะเลย
- Fast Internet – มีคอมให้เล่นเน็ต หรือจะ connect WIFI internet free จากทางสนามบินก็ได้ เน็ตไวและ connect ง่ายมาก
- Digital Fitness – ตอนนี้ปิดอยู่ต้องรอให้โควิค19 ดีกว่านี้ก่อน ฟรีไหมไม่รู้เหมือนกันน้า
- Free shower – อยากจะสดชื่นก็มาอาบน้ำได้จ้า ฟรีน่ะ
- Toilets – ตรงข้ามกับ Nap zone เลยจ้า
- Coffee shop – ตอนนี้ปิดให้บริการอยู่
- Flight info screen – มีหน้าจอใหญ่บอกเที่ยวบินขาออก เราสามารถใช้ boarding pass ที่มี barcode สแกนแล้วดูเที่ยวกับของเราได้เลย สะดวกมาก
ดูคลิปยูทูปจากสนามบินอินซอน น่ารักมากบอกเลย
ทัวร์ครึ่งวันฟรีสำหรับผู้โดยสารที่ต้องรอมากกว่า 6 ชั่วโมงที่สนามบิน
สำหรับผู้โดยสารที่ต้องรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินเกิน 6 ชั่วโมง ทางสนามบินมีฟรีทัวร์ให้เลือกใช้บริการตามช่วงเวลาที่กำหนดของแต่ละทัวร์ ทัวร์ทุกรอบจะมีไกด์พาไป แต่ละรอบของทัวร์จะรับจำนวนจำกัด โปรแกรมทัวร์จะฟรียกเว้น ทัวร์ที่ต้องเข้าชมพระราชวังหรือที่ต้องมีการจ่ายค่าเข้าชม จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
Tips: สำหรับคนไทยต้องทำเอกสารเพิ่มเติม ( South Korea’s visa-free entry policy for Thais )
จุดที่รับลงทะเบียนทัวร์ จะอยู่ที่เดียวกับ Transfer desk เลย จะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ถ้าโปรแกรมทัวร์ยังเปิดให้ลงทะเบียน
สำหรับแอด เลือกที่จะหลับที่ Nap zone และหาของกินที่ร้านสะดวกซื้อ การชำระเงินให้บัตรเครดิตวีซ่าของไทยค่า แอดไม่ได้ออกไปเที่ยวกับทัวร์
ภายในสนามบิน
- Food count (ใช้บัตรเครดิตวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ดได้)
- ร้านสะดวกซื้อ (ใช้บัตรเครดิตวีซ่าหรือมาสเตอร์การ์ดได้)
- Louge ของสายการบิน
- ร้านค้า brand name
- ที่นั่งผู้โดยสารที่แต่ละที่นั่งจะมีที่ชาร์ตไฟ แบบปลั๊กเสียบ ใช้ USB2.0และแบบ wireless charger ดีมากๆ
- มี playground เป็นจุดๆให้เด็กเล่น
- ร้านขายขนมและกาแฟ
- ร้านขายเครื่องสำรอง
- ร้านขายของฝาก
- ร้านขายเหล้า ไวท์
- ร้านขายยา
- ตู้ ATM กดเงิน
- ร้านแลกเงิน
- สำหรับสินค้าที่มี Tax refund สามารถขอ Tax คืนได้จาก kiosk ตามจุดให้บริการที่สนามบินได้เลย
- โซนดูหนัง ซึ่งฟรี
บริการอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวไว้ข้างต้นดูได้เพิ่มเติมที่เว็บสนามบิน เพราะมันแยะมาก
Google Len ช่วยแปลภาษาแบบ real time
สำหรับภาษาที่อยู่ตามป้ายหรือฉลากสินค้าที่เป็นภาษาเกาหลีซะส่วนใหญ่ แอดใช้ Google Len ช่วยในการเปลี่ยนเป็นไทยหรืออังกฤษ ไม่งั้นสั่งอาหารหรือซื้อของกินในร้านสะดวกซื้อไม่รู้เรื่อง มีแต่ภาษาเกาหลีทั้งนั้น วิธีใช้ Google Len ก็ง่ายๆ เปิด google.com แล้วที่ช่องค้นหาจะมี icon รูปกล้องถ่ายรูปอยู่ พอกดไอคอนนี้ก็จะเปิดกล้องของเครื่องมือเรา แล้วเราก็สแกนป้ายเพื่อแปลภาษาได้เลยจ้า
บินต่อไปที่ลาสเวกัส
สำหรับแอดเดือนเมษา 2566 ที่ผ่านมา แอดต้องรอเปลี่ยนเครื่อง 14 ชั่วโมงที่สนามบิน แอดเลือกที่จะหลับที่ Nap zone และหาของกินที่ร้านสะดวกซื้อ
ผ่านตรวจคนเข้าเมืองที่ลาสเวกัส
พอถึงที่ลาสเวกัสก็ต้องผ่านตรวจคนเข้า เจ้าหน้าที่ก็ถามก่อนเลยว่า มาทำอะไร และทำไมอยู่นาน อธิบายมาซิ 555 แหม..ต้องแจงละเอียดเลยเหรอ แต่ก็คุยไม่นาน 1 นาทีก็เสร็จ เดินไปเอากระเป๋าที่ Belt ได้เลย
Note: Arrival card และ Departure card – ณ เดือนเมษา 2566 เราไม่ต้องกรอกเอกสารเข้าออกประเทศ ทั้งจากที่ไทยและที่อเมริกาแล้วน่ะค่ะ ประหยัดเวลาดี แต่แอดเห็นคนที่ไปลงที่เกาหลีต้องยังกรอกใบ Arrival card อยู่ค่ะ แต่ถ้าเราแค่รอเปลี่ยนเครื่องก็ไม่ต้องกรอกค่ะ
เกร็ดความรู้: IR1 Visa แชร์จากประสบการณ์ ปี 2015
แอดเคยสมัคร IR1 visa เพื่อขอ Green card มาก่อน ตอนผ่านตม. ที่ลาสเวกัสเพราะเราเข้าประเทศสหรัฐที่รัฐนี้ เจ้าหน้าที่ตม.ก็เรียกให้เราเข้าห้องอีกห้อง เดินไปหลังบูธตม. แล้วยื่นเอกสารที่ได้มาจากสถานทูตสหรัฐที่เมืองไทย (เอกสารที่ได้รับคืนจากสถานทูตสหรัญที่เมืองไทย ห้ามเปิดดูข้างในเด็ดขาด) แล้วก็รอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารยินยอมให้ผ่านเข้าประเทศ ตอนที่นั่งรอมีคนจากเกาหลีเป็นผู้หญิง มาด้วยวีซ่าคู่หมั้น มาคนเดียวแล้วเจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้ผ่าน บอกวีซ่าคู่หมั่นไม่โอเค แล้วก็เรียกพนักงานสายการบิน Korean airline ซึ่งเป็นสายการบินที่ผู้หญิงคนนี้นั่งมา มารับผู้หญิงคนนี้กลับไปเกาหลีทันทีใน flight ถัดไป มีเด็กหนุ่มเกาหลีอีกคนนำเอกสารมายื่นแบบแอด แต่ดันเปิดเอกสารดูก่อนส่งให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่บ่นใหญ่เลย ไม่รู้สุดท้ายได้ผ่านเข้าประเทศไหม เพราะแอดเสร็จก่อน ก็แชร์ประสบการณ์ให้กันฟังเนอะ
สำหรับ IR1 visa เป็นวีซ่าสำหรับคู่สมรสที่เป็นคนต่างดาว สำหรับแอดก็ทำเรื่องสมัคร IR1 visa เองตอนอยู่ที่เมืองไทย ทำเรื่องที่เชียงใหม่ แอดจดทะเบียนที่ไทยและแฟนแอดก็อยู่ที่ไทยกับแอด ณ ตอนที่ขอทำเรื่องวีซ่า เอกสารทุกอย่าง แอดกับแฟนแอดทำกันเองหมดไม่ได้ใช้ agency ขั้นตอนก็ไม่ได้ยาก เว็บไซต์ของสหรัฐบอกทุกขั้นตอนชัดเจน เอกสารที่ต้องแน่ใจว่า สมบูรณ์คือ รูปถ่ายแสดงการอยู่ด้วยกัน เช่น รูปที่บ้านพร้อมกับรูปแอดกับแฟน ข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้า แผนที่บ้าน เป็นต้น แอดอยู่บ้านเช่าค่ะไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าเป็นบ้านเช่า ส่วน Timeline ก็เร็วมาก ยื่นเรื่องไปแล้วไม่เกิน 1 เดือนก็ได้จดหมายให้ไปสัมภาษณ์ที่กรุงเทพเลย ตอนไปสัมภาษณ์ก็ถามเรื่องทั่วไปว่า เจอกันยังไง อยู่กันนานแล้วหรือยัง ตัวแอดทำงานอะไร เจ้าหน้าที่ถามไม่แยะแต่แอดตอบแยะ 555 สำหรับแอดทำงานเป็นฟรีแลนซ์สร้างเว็บไซต์และ web application แล้วก็ทำงานแบบ Remote อยู่แล้ว ย้ายไปไหนก็ทำงานหาเงินได้ ไม่เป็นภาระประเทศ เจ้าหน้าที่บอกเลยว่า ทำงานที่ไหนก็ได้ไม่มีปัญหาแล้วก็หัวเราะ แค่นี้ผ่านแล้ว ส่วนเงินบัญชีไม่แยะค่ะ แสนกว่าๆ แฟนแอดก็ไม่ได้มีเงินมากมายแค่ล้านต้นๆ แต่คิดว่า เจ้าหน้าดูเรื่องภาระการเงินและความสามารถในการหางานมากกว่า เพราะจะได้ไม่เป็นภาระของประเทศเวลาย้ายไปสหรัฐแล้ว ส่วนภาษาอังกฤษแอดก็สื่อสารได้อยู่แล้ว ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน เพราะลงเรียน IELT ที่ British council มาก 1 คอร์ด (เรียน 2 เดือน ไม่ถึง 20,000 บาท ดีมากสำหรับ British council)
เกร็ดความรู้: Green card และ SSN ปี 2015
หลังจากเข้าประเทศด้วย IR1 visa แล้วเราก็จะได้ Green card ส่งมาให้ทางไปรษณีย์ หลังจากนั้นเราก็ต้องไปสมัคร Social Security number (SSN) เพื่อจะได้หางานและยื่นเสียภาษีที่อเมริกาได้ นอกจากนี้ก็สามารถเปิดบัญชีธนาคารได้ สำหรับแอดที่อเมริกาใช้ Bank of America ค่ะ เปิดบัญชีไม่ฟรีน่ะค่ะที่อเมริกา ทุกอย่างที่อเมริกาไม่ฟรีแค่ มีค่าธรรมเนียมหมด
เกร็ดความรู้: Resident ID card และใบขับขี่ ปี 2015
พอได้ SSN (Social Security number) แล้วแอดก็ไปสมัคร Resident ID card ที่ Nevada Department of Motor Vehicles (DMV) เพราะแอดอาศัยที่ Las Vegas ถ้าใครจะขอใบขับขี่รถยนต์ก็ขอที่ DMV เหมือนกัน ส่วนใบขับขี่และ Resident ID card คือ ใบเดียวกัน ที่ต้องขอทำ Resident ID card จะได้ทำเรื่องเสียภาษีตามรัฐที่เป็น Resident อยู่ค่ะ
สำหรับที่ DMV เวลาทำใบขับขี่หลังจากสอบข้อสอบทางคอมพิวเตอร์แล้วไม่ต้องรอ ให้กลับไปบ้านได้เลยแล้วรอ SMS แจ้งให้มารับบัตรที่ DMV office อีกที คือ ดีมากไม่เสียรอที่ office
สำหรับที่ Las Vegas คนจะใช้รถยนต์ส่วนตัวมาก เพราะ public transportation น้อยมากๆ และไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ที่อยู่อาศัย
Pickup taxi จากสนามบิน
พอผ่านตรวจคนเข้าเมืองและเอากระเป๋าเรียบร้อย ก็เรียกใช้บริการแท๊กซี่จากสนามบินไปที่พัก เราสามารถใช้บริการ Uber หรือ Lyft หรือ Airport taxi ได้
สำหรับ Uber ตอน signup ต้องการเพียงแค่ อีเมลให้สมัคร แต่ Lyft ต้องใส่เบอร์โทรเพื่อจะได้ส่ง verify code มาให้ทางโทรศัพท์ได้ แอดใช้ Lyft ค่ะ ถูกกว่า Airport taxi แยะมาก แต่ราคาก็ไม่ต่างกับ Uber
Tips: สำหรับที่สนามบินที่เวกัสมีอินเตอร์ฟรีค่ะ เร็วเหมือนที่อินชอนเลย ถูกใจมากๆ
เกร็ดความรู้: เบอร์มือถือใช้ในอเมริกา
สำหรับเบอร์มือถือ สามารถซื้อแบบ prepaid ที่อเมริกาได้ ซื้อจาก super market เช่น Walmart, Smith เป็นต้น หรือจะซื้อเป็น package จากเมืองไทยมาเลยก็ได้ แต่ระวังถ้าซื้อจากเมืองไทย ต้องสอบถามก่อนว่า เวลามีข้อความโปรโมรชั่นส่งมาจากเมืองไทยแล้วเราจะไม่เสียเงินในส่วนที่รับ SMS ในต่างประเทศน่ะค่ะ ไม่งั้นเสียเงินบานเลย
แล้วอย่าลืมซื้อ internet package ด้วยน่ะค่ะ
Tips: ปี 2568 แอดไปอเมริกาและซื้อ visual sim จาก Tello Mobile ใช้โทรก็ได้ใช้เน็ตได้ด้วย ราคาไม่แพง แอดซื้อจากที่ InCheon airport ก่อนบินมาอเมริกา โดยใช้ visual sim กับ iPhone จะใช้ visual sim ต้องเช็คก่อนว่ามือถือเราใช้ visual sim ได้ไหมน่ะค่ะ
Tello mobile plan with visual sim package for USA
เช่ารถเพื่อใช้เดินทางในอเมริกา
พอถึงที่พักก็หาที่เช่ารถยนต์ขับกันค่ะ สำหรับแอดใช้บริการเช่ารถที่ Enterprise Rent-A-Car ค่ะ ถูกที่สุดที่หามาได้ในอเมริกา
หลักฐานการเช่ารถ
- ใบขับขี่นานาชาติ ที่ยังไม่หมดอายุ
- Thai passport
โดยสามารถคืนรถได้ที่สนามบินค่ะ แต่ค่าธรรมเนียมจะแพงกว่าคืนที่ศูนย์ของ Enterprise นอกสนามบิน แต่ก็ดีกว่าเรียกแท๊กซี่ไปสนามบินเนอะ
ส่วน GPS ทางศูนย์มีให้เช่า แต่แอดซื้อ Garmin GPS ที่ Best buy ค่ะ เพราะคุ้มว่า เพราะแอดไปอเมริกาบ่อย และ Garmin GPS ก็สามารถ update แผนที่ฟรีตลอดอายุการใช้งาน หรือใครอยากจะใช้ Google Map และใช้ navigator จาก Google Map เลยก็ได้ค่ะ แต่แอดไม่ได้ใช้เน็ตตลอดเวลา เลยใช้ Garmin GPS แทน
ก่อนไปอเมริกาแอดก็จะ update Garmin GPS ก่อน

Tips: ก่อนจะออกจากที่เช่ารถ เราต้องถ่ายรูปทั้งในและนอกรถให้แน่ใจว่า รถมีสภาพเหมือนเดิมตอนไปคืนน่ะค่ะ ป้องกันตัวเองไว้ก่อน
เกร็ดความรู้: สำหรับใครที่ย้ายไปอยู่อเมริกาแล้วต้องการซื้อรถมือสอง
สำหรับแอด แอดไปซื้อรถมือสองที่ CarMax มีรถให้เลือกแยะมากและราคาไม่แพง ก่อนหน้านี้แอดไปซื้อกับเจ้าของโดนตรงผ่านทาง craigslist ปรากฏว่า โดนหลอกขายรถที่มีปัญหา ใช้ได้ 4 เดือนพังค่ะ เสียดายเงินมาก แอดขายให้ CarMax ซึ่งราคาที่ขายแค่ $1500 แต่ตอนซื้อคือ $4500 เจ็บปวดจริง ก็เป็นการแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆเนอะ
เกร็ดความรู้: Yard sale และ Garage sale และ craigslist
Yard sale ก็จะเป็นคนที่ต้องการย้ายที่อยู่แล้วไม่อยากเอาของไปทั้งหมด หรือคนที่อยากระบายของที่ไม่ได้ใช้แล้ว ก็จะเอาของมาขายแบบราคาถูกที่สนามหญ้าหน้าบ้าน โดนจะติดป้ายบอกตามแยะไฟแดง ในช่วงวันหยุด
Garage sale ก็เหมือนกับ Yard sale เพียงแต่เปิดขายที่โรงจอดรถนั่นเอง แอดเปิด Garage sale บ่อยจ้า
craigslist เป็นเว็บไซต์ที่มีมานานแล้ว เปิดให้ใช้ฟรีสำหรับลงขายของมือสอง หางาน และหาที่พัก ก็มีทั้งคนที่ต้องการขายจริงและพยายามจะโกงน่ะค่ะ เราก็ต้องเลือกเอง แอดหาซื้อและขายของมือสองทาง craigslist บ่อย
อีกแบบคือ วางของมือสองหน้าบ้านติดกับทางเดินเลย บางคนขาย บางคนให้ฟรี เป็นกรณีเจ้าของบ้านต้องการระบายของจากในบ้าน แอดก็ทำบ่อยเหมือนกัน
เกร็ดความรู้: Goodwill donation center
ถ้าเราขี้เกียจประกาศขายของมือสองหรือขายไม่ออก แต่ยังไม่อยากทิ้งก็ไปบริจาคได้ที่ Goodwill donation center บางที่ Goodwill จะมี container รับบริจาควางตาม super market ในย่านคนอาศัย ก็สะดวกสำหรับคนที่อยู่ไกลจาก Goodwill store
กรณีเรามีของชิ้นใหญ่( เตียง ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ ) ที่ขนไปบริจาคไม่ได้ ก็ติดต่อทางศูนย์ให้มารับที่บ้านได้ค่ะ อาจมีค่าใช้จ่ายหรือไม่มี ต้องคุยกันเองค่ะ
เกร็ดความรู้: การขับรถในอเมริกา
จะขับสลับกับเมืองไทยเรา คือ คนขับนั่งทางซ้าย และขับไวอยู่เลนซ้ายเป็นต้น
อีกเรื่องคือ speed limit เวลาขับรถเราต้องดู speed limit ในพื้นที่นั่นๆ โดย GPS จะแจ้งเราให้รู้ และในรถก็จะบอกเรา
ส่วนรถยนต์บางคันที่เป็นเกียร์ auto สามารถตั้ง speed ได้โดยเราไม่ต้องเหยียบคันเร่ง แอดใช้ feature นี้เวลาขับข้ามรัฐบน Freeway ค่ะ เพราะถนนข้ามรัฐขับง่าย ถนนใหญ่แบะถนนตรงส่วนมาก ไม่ค่อยมีโค้ง
กรณีมีการก่อสร้างในพื้นที่ speed limit จะลดลงโดยดูได้จาก ป้ายสีส้ม ฝ่าฝืน speed limit ในพื้นที่ก่อสร้างโดยปรับ 2 เท่าจ้า ticket แพงมาก $200 น่ะจ้า
กรณีช่วงโรงเรียนเลิก speed limit จะลดลงเหรือ 25 หรือ 20 เราต้องสังเกตไฟที่เสาว่า active อยู่ไหมสำหรับโซนใกล้โรงเรียน
กรณีมีรถพยาบาลเปิดสัญญาณ หรือรถตำรวจเปิดสัญญาณ ต้องจอดข้างทาง หรือหลบและลด speed ให้รถทั้งสองประเภทนี้ไปก่อนจ้า
กรณีมีรถประจำทางนักเรียนที่เปิดไฟแสดงว่า กำลังทำหน้าที่ ห้ามแซงผ่านรถนักเรียน และต้องจอดห่างจากรถนักเรียนประมาณ 500 เมตรถ้ามีเด็กลงจากรถ
กรณีออกจากแยกที่ไม่มีไฟแดง เราต้องหยุดให้รถทางขวามือไปก่อน แล้วรถจะไปได้ทีละคัน เปลี่ยนกันวนไปแบบนี้ แต่ถ้ารถมาตรงข้ามเรา แล้วเค้าจะเลี้ยวต้องให้รถที่เลี้ยวไปก่อน และก็จะไปได้ทีละคัน เป็นระเบียบที่คนที่อเมริกาทำกัน ไม่งั้นโดนขับรถมาด่าค่ะ แอดโดนมาแล้ว
ปกติที่อเมริกา เวลาขับรถไปไหน เราจะขับออก Freeway หรือ Super highway โดยการขับบน Freeway หรือ Super highway นี้ เราต้องทำ speed ให้เท่ากัน speed ที่คนขับกันตามก speed limit ค่ะ จะขับเหมือนเมืองไทยคือ ค่อยๆเข้าเลนไม่ได้ โดนตำรวจเรียกค่ะ
การเติมน้ำมัน เราต้องเติมเองค่ะ ไม่มีคนเติมให้ จะเติมเท่าไรก็ต้องระบุที่หัวจ่ายก่อนแล้วก็เติม หรือบางปั้มก็ต้องเข้าไปจ่ายเงินที่ร้านขายของในปั้มก่อนถึงจะเติมได้ สามารถชำระเป็นบัตรเครดิตหรือเงินสดก็ได้ค่ะ
บินภายในประเทศ
สำหรับการเดินทางระหว่างรัฐ สามารถขับรถไปได้ค่ะ สะดวกมาก ปกติแอดขับรถข้ามรัฐเอง เช่น จากเวกัสไปซานฟรานซิโก หรือไป Salt Lake City ที่ Utah แต่หลังจากโควิคค่าน้ำมันขึ้นเท่าตัวแอดเลยต้องซื้อตั๋วบินภายในประเทศแทน
Delta Airline
แอดซื้อตั๋วบินภายในประเทศจาก Delta airline แอดซื้อไว้ตั้งแต่อยู่เมืองไทยเลยค่ะ ซื้อล่วงหน้าราคาตั๋วจะถูก ถ้าซื้อตั๋วที่ Delta airline แบบที่ไม่ใช่ Basic zone จะได้สะสมไมล์และเอาไปรวมกับไมล์ที่ Korean airline ได้เพราะเป็น partner กันค่ะ ดีงามสำหรับคนเดินทางบ่อย
ปัจจุบัน ณ เดือนเมษา 2566 ทั้ง Korean airline และ Delta airline มี mobile app ให้เราโหลดมาติดตั้งในมือถือได้ โดยเราสามารถเช็ค flight status, baggage notification, self check-in, e-boarding pass และบริการเจ๋งๆอื่นๆจากใน mobile app ได้เลย คือ ดีมาก สะดวก เพราะที่สนามบินก็มี internet ให้ฟรีและเร็วด้วย
ก่อนซื้อตั๋วเครื่องบินในประเทศ อย่างลืมเช็คเงื่อนไขการโหลดกระเป๋าและ carry on ด้วยน่ะค่ะ เพราะแต่ละสายบินที่บินในประเทศจะมี rule ไม่เหมือนกัน สำหรับ Delta airline อนุญาตให้น้ำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 2 ใบ โดยกระเป๋าต้องสามารถใส่ช่อง Cabin ได้ 1 ใบ อีกใบสามารถสอดใต้ที่นั่งได้ 1 ใบ ทั้งหมดใบไม่จำกัดน้ำหนัก ถ้าต้องการโหลดกระเป๋าใต้เครื่องจะมีค่าใช้จ่าย $30 ต่อใบจ้า ยังไงก็ดูเงื่อนไขเรื่องกระเป๋าก่อนน่ะค่ะ
เวลาค้นหาซื้อตั๋วในประเทศ ให้ดูก่อนว่า สายการบินนั้นมีกฏเรื่องกระเป๋ายังไง เช่น ราคาตั๋วถูกมาก แต่ไม่อนุญาตให้นำประเป๋าขึ้นและโหลดใต้เรื่องได้ แต่ซื้อบริการนำกระเป๋าขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้เครื่องได้ เป็นต้น
จะบอกว่า เครื่องบินของ Delta Airline ดีมาก มีฟรี wifi แล้ว มีหนังและเกมส์ให้เล่นบนเครื่อง ดีเหมือนบินระหว่างประเทศเลย เก้าอี้ก็กว้าง ส่วนของที่แจกบนเครื่องก็มีหูฟัง snake และเครื่องดื่ม
Security Screening
ที่สนามบินที่อเมริกา ก่อนผ่าน security screening ต้องผ่านการเช็ค passport หรือ ID card ก่อน จะมีเจ้าหน้าที่ยืนประจำบูธเพื่อตรวจ ID ของเรา เข้มงวดมาก แถวยาวที่เดียวแนะนำให้ไปก่อนเครื่องขึ้น 2 ชั่วโมงเพราะจะช้าที่ security screening เนี่ยแหละค่ะ
ที่สนามบินที่ Salt Lake City หลังรับกระเป๋าแล้ว จะออกจากช่อง TSA แล้วก็ไปที่ Pickup area ออกจากสนามบินแล้วกลับเข้าสนามบินไม่ได้ ต้องไปที่ทางเข้าสนามบิน ซึ่งก็ไกลมาก ดังนั้นก่อนออกสนามบินให้แน่ใจว่า ไม่ลืมกระเป๋าน่ะค่ะ
สรุป
การเดินทางจากไทยไปอเมริกาตอนนี้ก็ไม่ต้องมีเอกสารเกี่ยวกับวัคซีนโควิค19 แล้วแต่ตอนอยู่บนเครื่องบินใส่หน้ากากก็จะดีน่ะค่ะ เพราะโควิค19 ยังคงอยู่รอบตัวเราค่ะ หลังว่าแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้มีประโยชน์สำหรับทุกคนค้า
Image by 4045 on Freepik




